ทริปถ่ายภาพนิวซีแลนด์เกาะใต้ วัลฮาลาของช่างภาพสายแลนด์สเคป

ทริปถ่ายภาพนิวซีแลนด์ เกาะใต้วัลฮาลาของช่างภาพสายแลนด์สเคป

New Zealand ประเทศที่เจอพระอาทิตย์ก่อนใครบนโลกนี้!!!

sunrise at hooker valley Newzealand

ในขณะที่ผมกำลังนั่งดูพระอาทิตย์ขึ้น คนที่อยู่ทางไทยน่าจะกำลังหลับสบายอยู่ซะส่วนใหญ่

ที่สำคัญกว่าพระอาทิตย์จะตกก็ล่อไปตั้ง 20.00!!!

วันหนึ่งมันช่างยาวนานเสียเหลือเกิน

รีวิวตอนทริปถ่ายรูปภาพนิวซีแลนด์ นี้ผมขอแยกเป็นตอน ๆ ซึ่งใครสนใจตอนไหน แนะนำให้ข้ามไปตอนนั้นได้เลยนะครับ เพราะบางตอนอาจจะแพล่มเยอะไปครับผม

การเตรียมตัวก่อนเดินทางไป Newzealand จนถึงประเทศ

สิ่งที่ต้องเตรียมให้พร้อมก่อนเดินทาง หลัก ๆ เลยก็จะเป็นเรื่องของการขอวีซ่า ซึ่งปัจจุบันสามารถทำได้ง่ายมาก ๆ โดยสามารถยื่นขอวีซ่าออนไลน์ได้เลย (E-visa) ซึ่งวิธีการนั้นง่ายมาก ๆ รายละเอียดต่าง ๆ ลองหาอ่านเอาในเน็ตนะครับ มีคนทำรีวิวไว้เยอะมากมาย

แต่สิ่งที่ผมอยากจะแนะนำเพิ่มเติมเอาไว้ก็คือ เวลาที่คุณกรอก ควรจะใจเย็น ๆ ค่อย ๆ ทบทวนให้ดี ๆ ครับผม เพราะถ้าพลาดขึ้นมา มันต้องเสียเวลายื่นเอสารขอแก้ไขอีกครับผม อย่างที่ผมโดนมาแล้ว ยื่นวีซ่าดันกรอกนามสกุลตัวเองผิด ยังไม่พอ ที่อยู่ก็ดันกรอกผิด โอ้ววว…พระเจ้าจอร์จ

อีกอย่างครับเมื่อกรอกเอกสารเสร็จ Submit ไปเรียบร้อยแล้ว จะมีอีเมลจากระบบให้เรานำ Passport เข้าไปยื่นที่ศูนย์บริการจัดทำวีซ่า แถว ๆ สีลม ซึ่งปัจจุบันเราไม่ต้องทิ้งเล่มไว้นะครับ สามารถยื่นเสร็จแล้วรอรับกลับได้เลยครับผม สบายมาก ๆ เลยครับ

ส่วนระยะเวลาในการทำนั้นของผมทำไว้ประมาณ 5-7 วันเองมั้งครับ ไวมาก ๆ

พอทำเสร็จ เราก็จะได้เอกสารวีซ่าที่อนุมัติกลับมาให้ในระบบ ในตอนที่เรากรอกคำขอทางออนไลน์ไปตอนแรกนะครับ เราต้องพิมพ์เอกสารนั้นติดตัวไว้ด้วยนะครับผม

อีกเรื่องครับ ตอนที่เข้าประเทศ เขาค่อนข้างซีเรียสเรื่องของการนำพวกอาหารแห้ง หรือ เครื่องปรุงต่าง ๆ คือจริง ๆ ไม่ใช่ว่าเขาไม่ให้เอาเข้านะครับ แต่เราต้อง Declare ให้เขาเห็นก่อนที่จะเอาเข้าครับผม ทั้งนี้ถ้าเอาไปเยอะ ๆ ผมแนะนำว่าแยกกระเป๋าต่างหากอีกใบไว้เลยครับ ตอนที่ตรวจจะได้ผ่านได้อย่างรวดเร็วครับผม

ตรงจุดตรวจนี้คุณจะเจอกับน้องหมาบีเกิ้ล น่ารักมาก ๆ แล้วก็จมูกไวสุด ๆ ด้วยครับ

ถ้าผ่านจุดนี้ไปได้ คุณก็จะสามารถเข้าประเทศได้อย่างสมบูรณ์ละครับผม

ทั้งนี้ทริปนี้ของผมเดินทางไปเที่ยวที่เกาะใต้เป็นหลักครับ พอลงเครื่องที่ Auckland เสร็จ ผมก็ต่อเครื่อง Jetstar ต่อมาที่ Christchurch ที่เกาะใต้เลยครับผม

ซึ่งในสนามบินนั้น อาคารในประเทศที่เราจะต้องเดินไปต่อเครื่องนั้นจะอยู่คนละอาคารกับที่เราลงเครื่องนะครับ อย่างไรจองตั๋วเผื่อเวลาเดินออกไปด้วยก็ดีนะครับ อย่างน้อย ๆ ผมว่าสัก 2-3 ชั่วโมง กำลังสบาย ๆ ดีกว่าครับผม

จบแล้วครับสำหรับการเตรียมตัวก่อนเดินทางไป จนถึง NZ ครับผม

การเดินทางใน Newzealand อาหารการกิน และเส้นทางของผม

หลัก ๆเลยผมใช้วิธีการเช่ารถ และก็จองโรงแรมเอาครับผม จริง ๆ ถ้าเป็นไปได้หากกลับไปซ้ำอีกครั้ง ผมคงจะใช้วิธีเช่ารถบ้านแล้วก็นอนบนรถเลย โดยที่จะแวะจอดตามแคมป์ไซต์เอาครับ น่าจะสะดวก และประหยัดกว่าด้วยครับผม

ส่วนเรื่องอาหารการกิน ผมคิดว่าการที่เราแวะซื้ออาหารตามร้าน 4Square หรือ Super ใหญ่ ๆ น่าจะเป็นทางเลือกที่ดี เพราะเอาจริง ๆ ร้านอาหารที่อร่อย ๆ ในนิวซีแลนด์จาก ประสบการณ์ผม ร้านที่เขาว่าอร่อยกัน ส่วนตัวผมก็ว่ามันไม่ได้ขนาดนั้น ถ้าเทียบกับราคานะครับ เพราะฉะนั้นทางเลือกของผมคือ ซื้อพวกเนื้อวัวดี ๆ หรือเนื้อแกะอร่อย ๆ มาทำกินเองน่าจะดีกว่าเยอะครับผม

ส่วนเส้นทางในการเดินทางของผมนั้นจะเป็น Route ที่เริ่มต้นจาก Christchurch แล้วไปจบที่ Queentown บินกลับมายัง Auckland ครับผม รายละเอียดตามแผนที่นี้เลยครับผม

แต่ละวัน แต่ละเมือง

วันที่ 1 เดินทางจากกรุงเทพ ไป Malaysia แล้วต่อเครื่องมา Newzealand

วันที่ 2  จาก NZ  Auckland มายัง Christchurch ลงเครื่องก็สามทุ่มละครับเราก็เรียกรถมารับที่สนามบินเลยวันนี้หมดไปแบบแค่เข้าไปนอนเฉยๆDay 3 Christchurch –> Akaroa ขับรถตั้งแต่เช้าออกจาก  Christchurch ไปยัง Akaroa เมืองเล็ก ๆ น่ารัก ๆ ริมทะเล ส่วนตัวผมเฉยๆ กับเมืองนี้นะครับ ถ้ามาอีกคงข้ามไปครับ

Day 4 Akaroa –> lake Tekapo ขับรถยาวมาก อีกหนึ่งวันจาก Akaroa มายัง Lake Tekapo

ระหว่างทางที่ขับมานั้นวิวสองข้างทาง ตื่นตาตื่นใจสุด ๆ เรียกได้ว่าเป็นวันที่รู้สึกว่า โคตรประทับใจสุด ๆ ไปเลยก็ว่าได้

พอไปถึงที่ Lake Tekapo เราก็เลยเข้าไปที่ Lake Pukaki ก่อน แล้วค่อยวนกลับมาที่พักที่ จองไว้หน้า Lake Tekapo เลย

เป็นทะเลสาปที่สวยมากๆประทับใจสุดๆทั้งท้องฟ้าที่มืดสนิทเห็นทางช้างเผือกแบบเต็มๆแล้วทะเลสาปสีเทอร์คอยซ์ที่สวยตรึงตาตรึงใจสุดๆ

ช่วงเวลาพระอาทิตย์ขึ้นก็สวยงามสุด ๆ เลยครับ

ยิ่งที่โบสถ์ Church of the Good Shepherd ด้วยแล้วถ่ายรูปโคตรสวยทั้งเช้าและกลางคืนเลยมุมนี้ถ้าฟ้าเปิดเห็นทางช้างเผือกสบายๆ

ทีเด็ด ให้เช็คก่อนนะครับว่าวันไหนโบสถ์จะเปิดไฟบ้าง ซึ่งผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับ 555555

ตอนช่วงสายๆ ก็เดินเล่นริมทะเลสาปมีจุดถ่ายรูปสวย ๆ เต็มไปหมดเลยครับ แนะนำว่า ถ้ามีเวลาที่นี้ควรค่าต่อการค้างสักสองคืนมาก ๆ ครับผม ผมให้ 5 ดาวเลยครับสำหรับที่นี้

Day 5 Lake Tekapo –> Mt.cook

เช้าวันนี้เราแวะไปถ่ายรูปที่ Observatory at Mt.John อันนี้ก็โคตรเด็ดเลยครับ วิวที่มองลงมา สวยมาก ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ เรียกว่าอย่างไงก็ต้องแวะขึ้นมาครับผม ด้านบนมี Cafe เกร๋ ให้กินกาแฟ และขนมเค้กอร่อย ๆ ด้วยนะครับผม และขาลงมาตอนที่เราจะเดินทางไป Mt.cook ต่อนั้น ก็แวะถ่ายรูปตามริมหาด Tekapo แบบเพลิน ๆ

ตอนที่ขับรถเข้ามาถึงครั้งแรกนี่ถึงกับตกใจตะลึงงันในความสวยของหุบเขา Mt.Cook แห่งนี้ ผมได้เดินไปถ่ายพระอาทิตย์ตกที่ทะเลสาป Tasman คือเรียกว่าโคตรโชคดีเนื่องจากว่า

พอเดินมาถึงตรงทางแยก มันมีให้เลือกสองอัน ระหว่าง ทางไป Blue Lake กับ Tasman river ซึ่งเอาจริงๆ ถ้าดูจากชื่อสองชื่อนี้ ผมควรที่จะเลือกไป Blue lake เพราะมันเป็นทะเลสาปที่ผมดจาก Google มาจุดถ่ายพระอาทิตย์ตกมันก็เป็นทะเลสาป

แต่เนื่องจากผมมาถึงก่อนประมาณ 2 ชั่วโมงกาอนอาทิตย์ตก เลยคิดว่าเอาวะ เดินไปอีกจุดหนึ่ฃก่อนไม่เสียหาย ถ้าไม่ใช่ค่อยวนกลับมา

จะบอกว่า จุดที่จะถ่ายรูปนั้นต้องเดินเข้าไปประมาณเกือบ 25 นาที เดินชิลๆ ไม่เหนื่อยมาก ที่สำคัญคือ มันหนาวมาก ก็เลยไม่ค่อยร้อน

พอผมเดินผ่านเข้าไปเท่านั้นแหละครับ โคตร เด็ดดดดด นี่แหละที่ผมตามหา เจอช่างภาพทีาตั้งกล้องถ่ายกันอยู่ 2-3 คน

มันชื่อว่า Tasman river แต่จริงๆ ตรงนี้ มันจะมีทะเลสาป Tasman อยู่ด้วย เป็นแหล่งกำเนิดของแม่น้ำ Tasman ที่สำคัญคือ ก้อนน้ำแข็งที่สวยมากกกกกกก

อ๋ออีกอย่างครับ ช่วงพระอาทิตย์ตก จริงๆ มันจะอยู่ประมาณ ซ้ายมือของเราเมือหันมองภูเขาน้ำแข็ง เลยทำให้ตอนพระอาทิตย์ตก จะมีแสงทไวไลท์ ส่องมาที่ยอดเขาและขอบฟ้า ให้แสงที่สวยงามมาก ๆ เลยครับ

เสียดายที่วันนี้ฟ้าโคตรเคลียร์ คือเคลียร์เหินไป ไม่มีเมฆสักก้อนเลยไม่ได้ภาพที่ฟ้าระเบิดตูมตามมากมายเท่าไหร่นัก แต่ผมก็โคตรชอบละครับผม

Day 6 Mt.Cook –> Oamaru

เช้าวันนี้ ตื่นมายังอยู่ที่ Mt. Cook มีแผนว่าจะไปถ่ายพระอาทิตย์ขึ้นที่ Hooker valley track

ซึ่งเราก็ต้องตื่นออกจากห้องตั้งแต่เวลา 6.15 เนื่องจากพระอาทิตย์จะขึ้นประมาณ 6.48 .

แต่เอาจริงๆ ว่าผมว่าเราตื่นช้าเกินไป เพราะเราควรได้ออกไป surway พื้นที่ก่อนเนื่องจากยังไม่รู้จุดที่แน่นอนและไม่รู้ว่าต้องใช่เวลาในการเดินแค่ไหน

คือเวลาขับรถไปเนี้ย จากห้องพักของเรา ที่เราพักอยู่ใน mt.cook อยู่แล้วแค่ 10 นาทีขับรถก็ถึงละแต่ถึงแค่จุดจอด

ความพีคคือ ตอนเข้าวันนั้นผมสตาร์ทรถเสร็จแล้ว ผมก็พบกับน้ำแข็งที่เกาะอยู่หน้ากระจกรถ เกาะซะผมมองไม่เห็นทางเลยครับ ทีนี้ด้วยความที่รีบอยู่แล้ว ก็รกเลยครับ เอาไงฟร่ะเนี้ย ผมก็เปิดน้ำฉีดที่ปัดกระจก เวรเลยครับ !!! ไปกันใหญ่ครับผม ในใจคิดไว้ว่า สุดท้ายถ้าหาวิธีทำให้น้ำหายไปไม่ได้ จะชะโงกหน้าขับรถไปละเนี้ย 

แต่…ผมก็ถึงบางอ้อ เมื่อมันมีปุ่มไล่ฝ้า อยู่ที่กระจกหน้าด้วยครับ ปุ่มนั้นไม่ใช่แค่ไล่ฝ้าเฉย ๆ ไล่น้ำแข็งก็ได้ด้วยเช่นกัน !!! 

รอดครับ กระจกใสแจ๋ว ผมนี่รีบบึ่งรถไปยังจุดหมายโดยด่วน

ทีนี้พอไปถึงแสงก็เริ่มมาละครับ ผมก็รีบวิ่งสุดๆ มองดูตามทางแม่งก็สวยๆทั้งนั้น ใจหนึ่งก็คิดว่า ถ่ายๆ ไว้หน่อยดีมั้ยฟร่ะ หรือว่าจะเดินไปให้เจอจุดพีคแล้วค่อยถ่ายทีเดียว

แต่ประเด็นคือ ถ้าไม่เจอจุดที่พีคกว่านี้ละ โอ้ยยยย ตัดสินใจ ถ่ายไปวิ่งไป จนไปเจอทะเลสาป ก็เลยเอาวะ อย่างน้อยขอตั้งกล้องเอาไว้ตรงนี้ก่อน

สุดท้ายวันนี้ผมก็ได้ภาพที่ประทับใจสำหรับแสงเช้าวันนี้ !!!

แล้วเราก็ออกเดินทางต่อ เพื่อมาที่เมือง Omaru เมืองนี้ถือว่าเป็นเมืองใหญ่อีกเมือง

ที่พักที่นี้ บ้านน่ารักมาก ๆ เข้าของบ้านก็นิสัยดีสุด ๆ เลี้ยงหมาไว้ด้วยนะ เมืองนี้เป็นเมืองเล็ก ๆ มีร้าน Pizza และ Craft Beer สด ๆ ชื่อร้าน Scott Brew แนะนำเลยครับดีงามมากๆ

ที่สำคัญจุดชมวิวขอบเทืองนี้ สามารถขับรถขึ้นไปจอดด้านบนได้เลย สามารถมองเห็นเมืองทั้งเมือง สวยสุด ๆ ครับ พอประมาณ ทุ่มหนึ่งมั้ง จะมีคนมาปิดประตูรั้ว คือเราต้องเอารถออกไปจอดด้านนอกนะ แต่ตัวเรายังอยู่ถ่ายรูปต่อด้านในได้ครับผม

มีจุดท่องเที่ยวที่ให้เข้าไปดู เพนกวินสีน้ำเงินด้วย ถ้าอยากเห็นก็สามารถเสียเงินเข้าไปดูได้เลยครับผม

และก็จะมีตรอกอีกตรอกที่ขึ้นชื่อ Oamaru Victorian Heritage Precinct เดินเล่นเพลินๆ ถ่ายรูปสวยๆได้เลยครับผม จริงๆ ตรอกนี้อยู่ตรงข้ามกับ ร้าน Scott Brew

ในตัวเมืองนั้นก็จะมีโบสถ์กับ หอนาฬิกาสวยๆ เดินเล่นได้พอเพลินๆ ครับ

เครื่องบินสีแดงจอดอยู่ระหว่างทางไป Omaru ออกจาก Mt.cook ไป

Day 7 Oamaru –> Dunedin  เป็นเมืองที่ผมประทับใจที่พักโคตรๆ คือที่พักของเราคืนนี้ตั้งอยู่บนถนนที่ชันที่สุดในโลก!!!

คือตอนขับไปถึงแล้วเห็นถนนข้า’หน้า นี่ช็อคมากครับ อย่างกับเห็นกำแพงมาขวางเอาไว้

กว่าจะขับขึ้นไปได้ต้องรวบรวมความกล้าอยู่นาน กลับขับขึ้นไปแล้วรถไหลกลับ !!!

พอขึ้นหปถึงที่พัก นี่อย่างดีงาม ทั้งวิว ทั้งห้องพัก ทุกอย่างเพอร์คเฟคมาก ๆ สำหรับที่พักคืนนี้ แทบจะยกให้เป็น ที่พักที่ปจ่มที่สุดที่หนึ่งของทริปนี้เลยก็ว่าได้

ส่วนตัวเมืองนั้น ผมลงไปเดินเล่น ถ่ายรูปพวกโบสถ์ ร้านอาหาร ซึ่งก็สวยดีครับ แต่มันไม่ใช่แนวผมเท่าใดนักครับ

Day 8 Dunedin –> Te Anau : ที่พักที่นี้ บอกได้เลยว่า เป็นอะไรที่ลงตัวดีมากครับ มีฟาร์มอัลปาก้าอยู่หน้าบ้านเลย สวยงามมาก กว้างขว้างดีครับ

วิวที่นี้ผมเดินไปถ่ายรูปตรงทะเลสาป ก็สวยสุดๆ ไปเลย แนะนำให้ไปตอนพระอาทิตย์ตกนะครับ

วันนี้เราไปเที่ยวที่ Nugget point เป็นหอประภาคารที่สวยมาก อีกหอหนึ่ง ระหว่างทางที่เดินไปนี่ลมโคตรแรง แต่ว่าทางเดินที่เดินไปสวยงามมากมายเลยครับ

Day 9 Te Anau —> Milford Sound วันนี้เป็นวันที่ผมถ่ายรูปแล้วเมมเต็มตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่ตกดินเพราะว่าที่นี้สวยงามมากๆแนะนำให้ซื้อทัวร์มาเลยครับอย่างไงก็คุ้ม

ผมซื้อทัวร์ของ realnewzealand เป็น package พร้อม bento set แต่เอาจริงๆตอนที่อยู่บนเรือตั้งแต่ต้นจนจบนี่ผมไม่อยากละสายตาจากวิวสองข้างทางจริงๆ

สุดท้ายมีเวลาทานแค่แป๊บเดียวก่อนเรือเทียบฝั่ง สรุป ผมว่าถ้าเน้นประหยัด ผมแนะนำว่าแค่เรืออย่างเดียวก็พอละครับ

ผมเลือกนั่งเรือแบบเก่าๆ มันดูเท่ห์ดี เหตุผลมีเท่านั้นแหละครับ

แล้วจากนั้นเราก็กลับมาในเมือง เพื่อไปถ่ายรูปแสงเย็นอีกที เป็นการซ่อมของเมื่อวานที่รู้สึกว่าภาพมันยังไม่ได้อย่างที่คิดเท่าใดนัก

Day 10 Te Anau –> Queentown วันนี้เราเดินทางจาก Te Anau ไป Queentown เพื่อไปล่องเรือ TSS เป็นเรือกลไฟโบราณ เพื่อไปขึ้นฝั่งที่ Walter peak ไปดูฟาร์มโชว์ แล้วก็ทาน Afternoon Luanch ที่ฝั่นโน้นเลย

การแสดงส่วนตัวผมมองว่าเฉยๆมากๆ

วิวสองข้างทางก็สู้ Milford sound เมื่อวานไม่ได้เลย

แต่ถามว่าถึงขนาดผิดหวังมั้ยก็คงตอบว่าไม่

แต่ถ้าถามใหม่ว่าจะมาอีกมั้ย คงตอบว่าไม่เช่นกัน

ซึ่งแพคเกจของเรือจะมีหลากหลายมาก ตั้งแต่นั่งเรือ ไปและกลับอย่างเดียว

นั่งเรือแล้วดูฟาร์ม มี afternoon tea ให้ จะบอกว่า scone ที่นี้เด็ดมากกกกกก

นั่งเรือดูฟาร์ม และบาร์บีคิว

พอเสร็จจากนั่งเรือผมก็มุ่งหน้าตรงไปทานเบอร์เกอร์ร้านยอดนิยมทันที ร้าน Ferg Burger นี่แหละครับ โชคดีมากที่ตอนผมไปถึง คิวไม่ยาวมาก ต่อแ๊บเดียวได้ทานเลย

สำหรับรสชาตินั้น บอกได้คำเดียวว่า สมคำร่ำลือ !!!

แล้วผมก็ขึ้นไปถ่ายรูปที่จุดชมวิวบนทางขึ้นไป Ski remarkable resort ที่เห็นวิวเมือง Queentown โคตรสวยอะครับ สวยจริงๆ อยากอยู่บนนั้นจนพระอาทิตย์ตกเลย ถ้าทำได้ผมว่าจังหวะพระอาทิตย์ตก น่าจะสวยกว่าบน Skyline อีกนะ แต่เสียดายผมต้องลงมาก่อน

Day 11 Queentown อยู่ในเมืองแล้วขึ้นไป Skyline เพื่อชมวิวและเล่น Luge สนุกโคตร ๆ

ตอนนั้นมันมีโปรโมชั่น เล่น Luge 6 รอบ 63 เหรียญ ซึ่งถ้าซื้อแค่ 2 จะ 55 เหรียญ ผมก็จัดไปครับ 6 รอบ

สรุปผมเล่นจริงๆ แค่ ห้ารอบเท่านั้น ซึ่งเอาจริงๆ ผมว่าเล่นสัก 3-4 ก็เต็มที่ละ

สำหรับเวลาควรเผื่อไว้ขึ้นมาตั้งแต่ 3 โมงเลยก็ดีครับ มันมีอะไรให้ทำเยอะ วิวก็สวย ขึ้นช้าจะเสียดายครับ

วิวเมือง Queentown จากจุดนี้ก็โคตรเด็ดครับ คือถ้ามองแค่เฟรมภาพของเทือง จุดนี้ ดีกว่า จุดทางขึ้นสกี remarkable นะครับ

แต่ถ้ามองที่จุดแสงตกและ Twilight ผมว่าจุดสกีเด็ดกว่าครับผม

เราลงจากจุดนี้มาก็เย็นมากละครับเข้าห้องนอน

Day 12 Queentown –> Wanaka วันนี้โคตรเด็ดสุดๆสำหรับเมืองนี้ผมว่าเป็เมืองที่น่าอยู่เมืองหนึ่งเลยครับทั้งร้านอาหารวิวริมทะเลสาบ

ต้นไม้ Wanaka Tree ที่โคตรสวย ยืนเด่นเป็นสง่าอยู่ต้นเดียวเลย

จุดนี้ผมไปถ่ายทั้งแสงเย็นแสงเช้าและแสงกลางคืน

เรียกว่ามันมีแรงดึงดูดจริงๆ

ระหว่างที่กำลังเดินไปถ่าย ต้นไม้กลางแสงจันทร์​ผมก็ได้พบกับ เพื่อนระหว่างทางโดยบังเอิญ เป็นพี่น้องสองคนที่กำลังออกมาถ่ายรูปเหมือนกัน พอผมหันไปทักว่า “คนไทยป่าวครับ?” ถึงกับลั่นทั้งคู่เลยครับว่า อ้าว !!! คนไทยนี่หน่า

เอาจริง ๆ เมืองนี้สำหรับผมมันจะไม่มีอะไรน่าสนใจเลย ถ้าหากว่า ต้นไม้ต้นนี้หายไป !!! #Thatwanakatree

Day 13 กลับแล้วครับ

วันนี้เดินทางกลับจาก Wanaka มาขึ้นเครื่องที่ Queentown ระหว่างทางเราก็มีแวะเข้าไปเดินเล่นในเมืองที่ Arrowtown นิดหน่อย หลังจากที่วันก่อนดันแวะมาแล้วแต่มาไม่ถึงซะงั้น !!!

จุดถ่ายรูปที่ประทับใจ

  • Lake Tekapo
    ช่วงเวลาที่แนะนำ แสงเช้า แสงเย็น ถ่ายทางช้างเผือกตอนกลางคืน
  • Church of the Good Shepherd
    ช่วงเวลาที่แนะนำ แสงเช้า แสงเย็น ถ่ายทางช้างเผือกตอนกลางคืน
  • Lake alexandia
    ช่วงเวลาที่แนะนำ แสงเช้า แสงเย็น
  • Lake Pukaki
    ช่วงเวลาที่แนะนำ แสงเช้า แสงเย็น
  • Te Anau ณ​ Marakura Yacht Club
    ช่วงเวลาที่แนะนำ แสงเย็น
  • Observation Mt.John
    ช่วงเวลาที่แนะนำ ตามสะดวกดีกว่าครับ แต่รอแสงเย็นน่าจะสวย
  • Rakaia Gorge Walkway
    ช่วงเวลาที่แนะนำ ตามสะดวกดีกว่าครับ
  • Mt.kook [ Hooker valley track , Lake Tasman , จริง ๆ ใน Mt.kook มันจะมีจุดที่เดินไปถ่ายรูปสวย ๆ เต็ม เลย ลองหาข้อมูลเพิ่มเติมดูครับผม น่าจะค้างสักสองคืนครับ ]
    ช่วงเวลาที่แนะนำ แสงเช้า แสงเย็น ถ่ายทางช้างเผือกตอนกลางคืน
  • Queentown skyline
    ช่วงเวลาที่แนะนำ แสงเย็น
  • ริมหาด Queentown
    ช่วงเวลาที่แนะนำ แสงเช้า แสงเย็น ถ่ายทางช้างเผือกตอนกลางคืน
  • Nugget Point Lighthouse
    ช่วงเวลาที่แนะนำ แสงเช้า แสงเย็น
  • Moeraki Boulders ชายหาด Koekohe
    ช่วงเวลาที่แนะนำ แสงเช้า  เพราะว่าน้ำจะลง ถ้าไปตอนแสงเย็นผมเกรงว่า น้ำจะขึ้นเยอะจนไม่สามารถถ่ายแล้วเห็นหินได้ครับผม
  • Milford Sound ขึ้นเรือออกไปถ่ายรูป
    ช่วงเวลาที่แนะนำ อันนี้น่าจะลำบากเพราะแล้วแต่รอบเรือเลยครับ
  • Wanaka Tree
    ช่วงเวลาที่แนะนำ แสงเช้า แสงเย็น ถ่ายทางช้างเผือกตอนกลางคืน

อุปกรณ์ถ่ายรูปที่แนะนำ

  • เลนส์ระยะที่ควรพกไปครับ 14-24 หรือ 16-35  , 24-70 , 70-200  จริง ๆ มันก็เบสิคนะครับ คือต้องมี ระยะ Wide , Normal , และ Tele แต่เสียดายผมวางแผนพลาดดันทะลึ่งไม่มี เทเล เอา  105 ไปทำด๋อยอะไรก็ไม่รู้ เซ็งเป็ดเลยครับ
  • ขาตั้งกล้อง อันนี้ควรนำไปเป็นอย่างยิ่งครับ เพราะที่นี้ กางขาได้ทุกที่ไม่มีข้อห้ามครับ ไม่เหมือนญี่ปุ่น
  • Filter ND ควรนำไปครับ เพราะจะได้ถ่ายทะเลสาปได้สวยๆ ครับ อย่างน้อยควรมี ND 6 stop เป็นอย่างน้อย ถ้าจะให้ดี พกไป 6 stop กับ 10 Stop ครับ จบแน่นอน
  • แบตกล้อง ควรซื้อเผื่อไปเลยครับ เพราะคุณจะต้องใช้งานมันมากกว่าปกติแน่นอน เพราะวิวมันสวยมากกกกกกก
  • Mem ผมแนะนำว่าถ้าไม่อยากพกไปหลายๆ  ใบ หา Notebook ไปถ่ายไฟล์ลง HDD ด้วยดีกว่าครับผม เพราะที่นิวซีแลนด์นี่วิวร้อยล้านพันล้านมากครับผม

จบแล้วครับสำหรับทริปนิวซีแลนด์ วัลฮาลาของช่างภาพสายแลนด์สเคป

ถ้าอ่านจนจบ ฝากแชร์ให้ด้วยนะครับผม

ส่วนถ้าใครมีคำถามอะไรเพิ่มเติม สอบถามมาได้เลยครับผม